+66 2256 4183, +66 2256 4462
prmdcu@gmail.com

MDCU

26 พ.ค. 2022

งานแถลงข่าวความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสารสกัดอินนูลินจากแก่นตะวันสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ โรงพยาบาลผู้สูงอายุเฌ้อสเซอรี่โฮม (Chersery Home)

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ รองผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์และการประกอบการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.(พิเศษ) พญ.ชนนิกานต์ วิสูตรานุกูล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลผู้สูงอายุเฌ้อสเซอรี่โฮม ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสารสกัดอินนูลินจากแก่นตะวันสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ โรงพยาบาลผู้สูงอายุเฌ้อสเซอรี่โฮม โดยภายในงานมีการเสวนาเรื่อง “Innovative Special Inulin for All-age Good Health and Well-being” โดยมี รศ.ดร.ศุภกาญจน์ ชำนิ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา ดารานักแสดง เข้าร่วมการเสวนา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 12.30 – 14.00 น. ณ ห้องประชุม 1301 ชั้น 13 โซนซี อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

“โรคอ้วน” นับเป็นปัญหาสุขภาพของคนทุกเพศ ทุกวัย ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ผู้ป่วยโรคอ้วนมีความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้และมักขาดจุลินทรีย์ที่ดีบางประเภท คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาวิจัยและคิดค้นอินนูลินจากแก่นตะวันที่สกัดด้วยวิธีการใหม่ที่ยังไม่เคยมีผู้ใดใช้มาก่อนและพัฒนาขึ้นเพื่อให้ได้ใยอาหารละลายน้ำชนิดพิเศษ พบว่ามีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกที่ช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้แบบจำเพาะได้ ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพของเด็กอ้วน ผู้สูงวัย และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพ ทุกเพศ ทุกวัย ให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน และยังทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตได้ดีกว่าอินนูลินที่ผลิตจากพืชชนิดอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ได้รับอนุสิทธิบัตรเรื่องกระบวนการสกัดอินนูลินจากแก่นตะวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผศ.(พิเศษ) พญ.ชนนิกานต์ วิสูตรานุกูล ในฐานะผู้ทำการศึกษาวิจัยและคิดค้นการสกัดอินนูลินจากแก่นตะวันนี้ เผยว่า อินนูลินพบในหัวหรือรากของพืชผัก ผลไม้ และสมุนไพรหลายชนิด เช่น หอมหัวใหญ่ ชิโครี (Chicory) กระเทียม กล้วยหอม และข้าวบาร์เลย์ แต่พบว่า “แก่นตะวัน (Jerusalem Artichoke)” นั้น มีปริมาณอินนูลินสูงถึงร้อยละ 15 – 20 ของน้ำหนักแห้ง โดยได้ดำเนินการคิดค้นวิธีการสกัดอินนูลินจากแก่นตะวันด้วยวิธีพิเศษดังกล่าวร่วมกับ รศ.ดร.ศุภกาญจน์ ชำนิ ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดย ผศ.(พิเศษ) พญ.ชนนิกานต์ ได้ดำเนินการวิจัยทางคลินิกในการให้อินนูลินจากแก่นตะวันในเด็กโรคอ้วนอายุ 7 – 15 ปี พบว่า เมื่อเด็กรับประทานอินนูลินจากแก่นตะวันเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ครั้งติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน สามารถปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ของเด็กโรคอ้วนให้เป็นปกติ โดยไม่พบผลข้างเคียงใดๆ ถือได้ว่าเป็นอินนูลินจากแก่นตะวัน การปรับสมดุลลำไส้เพื่อรักษาโรคอ้วนในเด็ก ไร้ผลข้างเคียงครั้งแรกของโลก เนื่องด้วยแตกต่างจากงานวิจัยในต่างประเทศที่ใช้อินนูลินจากพืชชนิดอื่นและผ่านกระบวนการสกัดด้วยวิธีอื่น ซึ่งพบผลข้างเคียง เช่น ท้องอืดและท้องเสีย สูงถึงร้อยละ 30 – 40 นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้รับรางวัลระดับโลก FISPGHAN Abstract Award for the Best Oral Presentation อันดับที่ 1 จากงานประชุม World Congress of Gastroenterology, Hepatology and Nutrition 2021 ที่ Vienna, Austria เมื่อเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา

จากผลการวิจัยดังกล่าว จึงเชื่อมั่นว่าสามารถนำอินนูลินจากแก่นตะวันไปใช้ในผู้ป่วยโรคอ้วนได้ทุกช่วงวัย รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวก็สามารถรับประทานได้เช่นเดียวกัน อินนูลินจากแก่นตะวันมีประสิทธิภาพสูงเมื่อนำผงอินนูลินจากแก่นตะวันที่สกัดด้วยวิธีพิเศษมาละลายในน้ำ โดยแนะนำให้ดื่มก่อนรับประทานอาหารมื้อเย็น เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และรับประทานอาหารน้อยลง ควรรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ได้ผลดีต่อการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เพื่อดูแลรักษาโรคอ้วน นอกจากนี้ ยังต่อยอดด้วยการพัฒนาเครื่องดื่มอินนูลินรสโกโก้ ที่คงคุณสมบัติการเป็นพรีไบโอติกไว้อย่างสมบูรณ์ แต่มีรสชาติถูกปากยิ่งขึ้น เด็กดื่มง่าย ผู้ใหญ่ดื่มดี

พร้อมทั้งมีการสุ่มตรวจตัวอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีปริมาณอินนูลินตามมาตรฐานที่กำหนดปราศจากโลหะหนักและยาฆ่าแมลงเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเพิ่มคุณค่างานวิจัยให้นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ในส่วนของภาคเอกชนมีความยินดีที่จะร่วมมือกันในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้สู่ภาคปฏิบัติได้ในวงกว้างมากขึ้น เริ่มจากแนวคิด “100-Year Happy Living Solution นวัตกรรมจากองค์ความรู้…สู่สังคมร้อยปีที่ยั่งยืน” เป็นแนวคิดการสร้างสรรค์ที่สำคัญ ในการเข้ามาตอบโจทย์สังคมในอนาคตที่เราทุกคนนั้นมีจุดมุ่งหมายในการเกิดมาดำรงอยู่และใช้ชีวิตในหนทางที่แตกต่างกันแต่มีความปรารถนาเดียวกันที่จะมีสุขภาวะที่สมบูรณ์และมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและความสัมพันธ์

การดูแลเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์เรื่อยไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ การหานวัตกรรมในด้านการส่งเสริมและป้องกันโรค การรักษาสุขภาพ การบำบัดดูแลยามไม่สบายรวมถึงการฟื้นฟูร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าเป็นหัวใจหลักของการดูแลภายใต้แนวคิดนี้ ที่เน้นการผสานทั้งองค์ความรู้ทางการแพทย์ สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการดูแลที่มีความพิเศษเฉพาะบุคคลให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีครบทุกมิติสุขภาพ

การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการแห่งอนาคต จึงเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนสังคมร้อยปีที่มีสุขภาวะที่ดี สร้างอนาคต สร้างรอยยิ้ม สร้างความสุขให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง มีอายุยืนยาว และอยู่ในสังคมที่ยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.(พิเศษ) พญ.ชนนิกานต์ วิสูตรานุกูล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. (02) 256 4951 หรือ E-mail: chonnikant.v@chula.ac.th

รศ.ดร.ศุภกาญจน์ ชำนิ ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. (02) 218 8357 หรือ E-mail: supakarn.c@pharm.chula.ac.th

 

กลับไปหน้าข่าวประชาสัมพันธ์
X