+66 2256 4183, +66 2256 4462
prmdcu@gmail.com

MDCU

16 ก.ค. 2026

4 ศูนย์วิจัยแพทย์จุฬาฯ ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพในงาน World Health Expo 2026

วันที่ 8 – 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน International Healthcare Week 2026 ถือเป็นมหกรรมด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้ประกอบการกว่า 1,200 บริษัท รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical Hub) ของภูมิภาคเอเชีย และขับเคลื่อนนโยบาย Healthcare Economy อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่

  • CPHI Southeast Asia: งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยาและเวชภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน
  • World Health Expo (WHX) Bangkok: (เดิมคือ Asia Health และ Medlab Asia) งานแสดงสินค้านานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ บริการโรงพยาบาล และระบบสุขภาพ
  • Medtec Southeast Asia: งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติชั้นนำด้านการออกแบบและผลิตอุปกรณ์การแพทย์
  • Thailand Medical and Wellness Expo 2026: งานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม

โอกาสนี้ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมแสดงศักยภาพทางวิชาการและนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยคณาจารย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมบรรยายแบ่งปันองค์ความรู้ในหัวข้อสำคัญต่าง ๆ พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าของ 4 ศูนย์วิจัยและความเป็นเลิศทางการแพทย์ ในโซนกิจกรรม World Health Expo (WHX) Bangkok ได้แก่ …

  • ศูนย์วิจัยมหาจักรีสิรินธรในพระราชูปถัมภ์ (CHULA CLINICAL RESEARCH CENTER: CHULA CRC): ศูนย์วิจัยทางคลินิกมาตรฐานสากล
  • ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (EC-ATMPs): นวัตกรรมผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง
  • ศูนย์เชี่ยวชาญด้านเวชพันธุศาสตร์ (Center of Excellence for Medical Genomics): ความก้าวหน้าด้านจีโนมิกส์และการแพทย์แม่นยำ
  • ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง (หน่วยวิจัยเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด): การวิจัยนวัตกรรม CAR T-cell เพื่อการรักษาโรคมะเร็ง

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศักยภาพด้านการบริการทางการแพทย์และการวิจัยทางคลินิกของไทย แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืนต่อไป

 

กลับไปหน้าข่าวประชาสัมพันธ์
X